ค้นหาภายในเว็บไซต์
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557
หน้าแรก
ราคาพืชผล
เตือนภัย
ดินและน้ำ
ผลิตภัณฑ์
ท่องเที่ยว
ภูมิปัญญา
องค์ความรู้
กฎหมาย
เกษตรคุ้มทุน
เว็บบอร์ด
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ราคาพืชผล น้ำท่วม/น้ำหลาก ภาวะโลกร้อน ผลผลิตทางการเกษตร โฮมสเตย์ มาตรฐานไทย ฝนแล้ง ภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ เกษตรกรคนเก่ง ปราชญ์ชาวบ้าน เทคนิคการลดต้นทุน โครงการวิจัย วิจัยประยุกต์ BAAC RESEARCH NEWS นิตยสารวิชาการณ์ปริทัศน์ กฎหมายชาวบ้าน
หมวดหมู่
 
เบี้ยปรับ

เบี้ยปรับ หมายถึง ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนความเสียหายซึ่งคู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าเมื่อมีการไม่ชำระหนี้ เมื่อมีการชำระหนี้แต่ไม่ถูกต้องสมควรหรือเมื่อมีการกระทำการกอันฝ่าฝืนมูลหนี้สำหรับหนี้งวดเว้นกระทำการ

๑.     ลักษณะของเบี้ยปรับ
๑.๑ เป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หมายถึง คู่สัญญาได้ตกลงกำหนด
กันไว้ล่วงหน้าในสัญญาว่า ถ้ามีการผิดสัญญา หรือมีการชำระหนี้เลยหรือมีการชำระหนี้ไม่ถูกต้องสมควรหรือมีการกระทำการอันฝ่าฝืนมูลหนี้ จะให้เบี้ยปรับ (เป็นค่าเสียหาย) ซึ่งโดยปกติจะกำหนดเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ที่แน่นอน หรือกำหนดวิธีการในการคำนวณเบี้ยปรับไว้แน่นอนก็ได้
                 ๑.๒ “เบี้ยปรับ” อาจมีการส่งมอบให้แก่กันหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีการส่งมอบไว้แล้วก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่ส่งมอบให้เป็นมัดจำหรือเป็นเบี้ยปรับกันแน่ เพื่อที่จะสามารถใช้บทบัญญัติของกฎหมายได้ถูกต้อง
                 ๑.๓ “เบี้ยปรับ” อาจกำหนดไว้เป็นเงินจำนวนหนึ่งก็ได้ตามบทบัญญัติในมาตรา ๓๗๙-๓๘๑ หรือเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนตามมาตรา ๓๘๒ ก็ได้
            ๒. ผลของการกำหนดเบี้ยปรับ
                  ๒.๑ เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เลย หรือลูกหนี้ฝ่าฝืนมูลหนี้ ถ้าได้กำหนดเบี้ยปรับเป็นเงิน มาตรา ๓๘๐ บัญญัติให้เจ้าหนี้มีทางเลือกดังต่อไปนี้
                        (ก) เรียกเบี้ยปรับและค่าสินไหมทดแทนความเสียหายได้
                        (ข) เรียกให้ลูกหนีชำระหนี้ ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา ๒๑๓ ในเรื่องหนี้
            ตัวอย่าง นาย ก.จ้างนาย ข.ให้สร้างบ้านให้ตนหลังหนึ่งในอัตราจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงกำหนดเบี้ยปรับสำหรับการที่นาย ข.ไม่ชำระหนี้คือไม่สร้างบ้านไว้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อนาย ข.ไม่สร้างบ้านให้นาย ก.มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ได้ตามสัญญา และถ้าหากนาย ก.ต้องไปจ้างนาย ค.มาสร้างบ้านให้แทนโดยต้องเสียค่าจ้าง ๔๐๐,๐๐๐ บาท นาย ก.ยังสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากนาย ข.ได้ อีก ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้ถือเอาเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ที่เป็นเบี้ยปรับในฐานที่เป็นจำนวนน้อยที่สุดของค่าเสียหาย หรือนาย ก.จะเรียกให้นาย ข.มาสร้างบ้านตามสัญญาตามมาตรา ๒๑๓ ก็ได้ และถ้ายังมีความเสียหายก็เรียกค่าเสียหายตามมาตรา ๒๑๓ ได้ โดยถือเอา
เบี้ยปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท นับเป็นจำนวนน้อยที่สุดของค่าเสียหายแล้วแต่จะเลือกแต่ต้องเลือกเอาเบี้ยปรับหรือการให้สร้างบ้านอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีหน้าที่ต้องชำระเบี้ยปรับเป็นเงินแล้วไม่ชำระ ก็ถือว่าผิดนัด ต้องเสียดอกเบี้ยในเงินที่เป็นเบี้ยปรับตามอัตราที่กำหนดคือร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
            ๒.๒ ถ้าได้กำหนดเบี้ยปรับเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงิน มาตรา ๓๘๒ บัญญัติให้เจ้าหนี้มีทางเลือกดังต่อไปนี้
                        (ก) เรียกเบี้ยปรับ คือเรียกให้มีการชำระหนี้อย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน ตามที่ได้กำหนดไว้เป็นเบี้ยปรับ แต่ถ้ามีความเสียหายอีก เรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายไม่ได้ หรือ
                        (ข) เรียกให้ชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา ๒๑๓ ในเรื่องหนี้ และอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายได้ ตามหลักเกณฑ์ในเรื่องหนี้ในมาตราเดียวกัน
            ตัวอย่าง นาย ก.จ้างนาย ข.สร้างบ้านให้ตนหลังหนึ่ง ตกลงกำหนดเบี้ยปรับกันไว้ว่า ถ้านาย ข.ไม่สร้างบ้าน นาย ข.จะหาช่างคนอื่นมาสร้างให้เอง เมื่อต่อมาปรากฏว่า
นาย ข.ไม่มาสร้างบ้านให้นาย ก.มีสิทธิเรียกให้นาย ข.หาช่างคนอื่นมาสร้างบ้านให้เป็นเบี้ยปรับ แต่ถ้าช่างใหม่นั้นเรียกค่าจ้างสูงกว่าเดิม ค่าจ้างที่สูงขึ้นถือเป็นความเสียหายที่นาย ก.ได้รับเนื่องจากการไม่ชำระหนี้ของนาย ข.ตรงส่วนนี้นาย ก.จะเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายอีกไม่ได้ หรือถ้านาย ก.ต้องการใช้สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนก็ต้องไม่เรียกเบี้ยปรับ แต่ไปเรียกให้นาย ข.ชำระหนี้ตามมาตรา ๒๑๓ ดังนั้น นาย ก.มีสิทธิเลือกทางใดทางหนึ่งเท่านั้น
           
                        ๒.๒ เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ถูกต้อง คือมีการชำระหนี้ แต่การชำระหนี้นั้นอาจจะขาดตกบกพร่อง หรือล่าช้าไป เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญา
                        (ก) ถ้าได้กำหนดเบี้ยปรับเป็นเงิน มาตรา ๓๘๑ บัญญัติให้เจ้าหนี้มีสิทธิ
                                    (๑) เรียกให้ชำระหนี้ และ
                                    (๒) เรียกให้ชำระเบี้ยปรับ (ซึ่งต้องสงวนสิทธิไว้ในเวลาที่เจ้าหนี้รับชำระหนี้)และ
                                    (๓) เรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเสียหายมากกว่าเบี้ยปรับ โดยจะเอาเบี้ยปรับเป็นฐานที่เป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสี่ยหายก็ได้
            ตัวอย่าง นาย ก.จ้างนาย ข.สร้างบ้านให้ตนหลังหนึ่งในอัตราค่าจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงกำหนดเบี้ยปรับกันไว้สำหรับการที่นาย ก.สร้างบ้านล่าช้าไม่เสร็จตามกำหนดคือการชำระหนี้ไม่ถูกต้องสมควรไว้วันละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าจะสร้างบ้านเมื่อนาย ข.สร้างบ้านไม่เสร็จตามกำหนด นาย ก.มีสิทธิเรียกให้นาย ข.สร้างบ้านให้เสร็จ และเรียกเบี้ยปรับอีกวันละ ๑,๐๐๐ บาท หากระหว่างที่บ้านยังสร้างไม่เสร็จนาย ก.ต้องพาครอบครัวไปเช่าโรงแรมอยู่ เสียค่าเช่าโรงแรมวันละ ๑,๕๐๐ บาท เช่นนี้นาย ก.ยังมีสิทธิเรียกร้องให้นาย ข.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอีกวันละ ๕๐๐ บาท โดยถือเอาเงินเบี้ยปรับ ๑,๐๐๐ บาท เป็นฐานที่เป็นจำนวนน้อยที่สุดของค่าเสียหายก็ได้
                        (ข) ถ้ามิได้กำหนดเบี้ยปรับเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงินมาตรา ๓๘๒ บัญญัติให้เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะ
                                    (๑) เรียกให้ชำระหนี้ และ
                                    (๒) เรียกให้ชำระเบี้ยปรับ หรือ
                                    (๓) เรียกให้ชำระหนี้ และเรียกค่าสินไหมทดแทน
            ตัวอย่าง นาย ก.จ้างนาย ข.สร้างบ้านให้ตนหลังหนึ่งในอัตราค่าจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงกันไว้ว่าถ้าหากนาย ข.สร้างบ้านไม่เสร็จตามที่กำหนด นาย ข.จะต้องหาบ้านให้นาย ก.อยู่ ก่อนจนกว่านาย ข.จะสร้างบ้านเสร็จ กรณีนี้เป็นการกำหนดเบี้ยปรับด้วยการชำระหนี้อย่างอื่นที่มิใช่เงิน ต่อมาเมื่อนาย ข.สร้างบ้านไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ นาย ก.จึงมีสิทธิเรียกให้นาย ข.สร้างบ้านให้เสร็จและหาบ้านเช่าให้อยู่ แต่ถ้าในระหว่างนั้น นาย ก.ต้องไปอยู่โรงแรมเสียค่าโรงแรมวันละ ๑,๕๐๐ บาท นาย ก.จะเรียกให้นาย ข.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนของค่าโรงแรมอีกไม่ได้ แต่ถ้านาย ก.อยากจะเรียกค่าสินไหมทดแทน นาย ก.ก็ต้องไปอาศัยมาตรา ๒๑๓ ในการเรียกให้นาย ข.ชำระหนี้และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ในกรณีหลังนี้จะเรียกเบี้ยปรับด้วยไม่ได้
๓.   จำนวนเบี้ยปรับที่ริบได้
๓.๑ หลัก ริบได้ตามที่กำหนดในสัญญา
๓.๒ ข้อยกเว้น จำนวนเบี้ยปรับอาจลดลงได้
       (ก) ตามข้อสัญญา หากในสัญญ(ได้กำหนดกรณีที่มีการให้ลดเบี้ยปรับ
ได้ก็เป็นไปตามนั้น
                         (ข) ตามกฎหมาย มาตรา ๓๘๓ “ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วนศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับนั้นแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป”

ข้อมูลจาก หนังสือคำอธิบายนิติกรรม-สัญญา
รองศาสตราจารย์ ดร.ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ราคาพืชผล - เตือนภัย - ดินและน้ำ - ผลิตภัณฑ์ - ท่องเที่ยว - ภูมิปัญญา - งานวิจัย - กฎหมาย - เกษตรคุ้มทุน - เว็บบอร์ด - เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง