ค้นหาภายในเว็บไซต์
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
หน้าแรก
ราคาพืชผล
เตือนภัย
ดินและน้ำ
ผลิตภัณฑ์
ท่องเที่ยว
ภูมิปัญญา
องค์ความรู้
กฎหมาย
เกษตรคุ้มทุน
เว็บบอร์ด
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ราคาพืชผล น้ำท่วม/น้ำหลาก ภาวะโลกร้อน ผลผลิตทางการเกษตร โฮมสเตย์ มาตรฐานไทย ฝนแล้ง ภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ เกษตรกรคนเก่ง ปราชญ์ชาวบ้าน เทคนิคการลดต้นทุน โครงการวิจัย วิจัยประยุกต์ BAAC RESEARCH NEWS นิตยสารวิชาการณ์ปริทัศน์ กฎหมายชาวบ้าน
หมวดหมู่
 
จากบ่อปลาชะโด สู่เล้าไก่ไข่... สร้างรายได้ด้วยการเกษตรแบบพึ่งพา


          การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง  ไม่เว้นแม้แต่การทำการเกษตรที่ต้องเสี่ยงกับ สภาพอากาศ การหาตลาดรองรับ ราคา โรคในพืชและสัตว์ ฯลฯหากมีวิธีลดความเสี่ยงได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะขาดทุนก็มีน้อยลง
          ดังเช่น นายสัทธา  พ้นภัยพาล ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ทำการเกษตรแบบพึ่งพา ตั้งแต่การเลี้ยงปลาชะโดควบคู่กับการเลี้ยงลูกไร จนปัจจุบันเปลี่ยนมาเลี้ยงปลานิลร่วมกับการเลี้ยงไก่ไข่ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน ทำให้มีกำไร มีรายได้หลักล้านจากการทำการเกษตร
          นายสัทธา  เล่าว่า  ตนทำการเกษตรมาหลายอย่างตั้งแต่การทำไร่อ้อย เพาะเห็ด ทำบ่ออนุบาลกุ้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งปี 2538 ได้เข้ามาเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. โดยได้รับสินเชื่อประมาณ2 ล้านบาทเพื่อมาลงทุนทำบ่อเลี้ยงปลาชะโดในพื้นที่ 20 ไร่ และได้เลี้ยงลูกไรในบ่อปลาเพื่อสร้างสมดุลและสร้างระบบนิเวศน์ น้ำไม่เน่าเสีย และลูกไรก็แพร่พันธุ์สามารถช้อนจำหน่ายได้  โดยปีแรกเลี้ยงปลาชะโด 1  บ่อ มีปลา 60,000 ตัว จับขายได้กำไร 600,000 บาท จากนั้นในปีที่ 2 จึงขยายเป็น 3 บ่อ และในปี 2545 ได้ขยายบ่อปลาเป็น20 บ่อ  บ่อละ1ไร่ เต็มจำนวนพื้นที่  ซึ่งปลาทั้งหมดจะมีลูกค้ามารับถึงหน้าบ่อเพื่อส่งไปจำหน่ายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ กัมพูชา เป็นต้นเนื่องจากคนไทยไม่นิยมรับประทานปลาชะโด
          ระหว่างที่เลี้ยงปลาชะโดและลูกไร ก็ได้นำโคขุนมาเลี้ยงด้วย แต่เมื่อประมาณกลางปี 2551 ได้เลิกเลี้ยงปลาชะโด เพราะโรงงานปลากระป๋องที่จำหน่ายเศษหัวปลาหางปลา เพื่อนำมาเป็นอาหารให้ปลาชะโด ได้ปิดตัวลง และต้นทุนค่าอาหารปลาชะโดก็มีราคาสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ประกอบกับเจ้าของที่ดินที่เราเช่าทำบ่อเลี้ยงปลาขอคืนพื้นที่ จึงได้หันมาเลี้ยงไก่ไข่และเลี้ยงปลานิลแทน และช่วงนั้นได้เลิกเลี้ยงโคขุนด้วย จึงนำไม้จากคอกวัวมาใช้สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ทำให้ประหยัดต้นทุนได้มาก  จากนั้นจึงขอเพิ่มทุนกับทาง ธ.ก.ส. จำนวน 120 ล้านบาท เพื่อนำมาซื้อที่ดิน 140 ไร่ ขยายบ่อปลาและเล้าไก่ โดยทำระบบบ่อปลาที่มีเล้าไก่อยู่ข้างบน 3 ขนาด คือ บ่อเล็กขนาด 5 ไร่  เลี้ยงลูกปลาอายุ 1-3 เดือน ปล่อยไก่ไข่ 1,200 ตัว บ่อกลางขนาด 15 ไร่ ปล่อยไก่ไข่ 3,700 ตัว และบ่อใหญ่ขนาด 30 ไร่ ปล่อยไก่ไข่ 7,200 ตัว เพื่อที่มูลของไก่ซึ่งถ่ายลงบ่อเลี้ยงปลาจะมีปริมาณที่ปลากินได้พอดี ไม่เหลือค้างทำให้น้ำเน่าเสีย ซึ่งการเลี้ยงผสมผสานแบบนี้นอกจากจะได้มูลไก่เป็นอาหารปลาแล้วยังลดแรงงานและไม่ต้องเสียเวลาในการหาอาหารให้ปลา ไม่ต้องทำความสะอาดในเล้า เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เดียวกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดอัตราการเสี่ยงต่อการขาดทุนเพราะกิจกรรมแต่ละอย่างต้องพึ่งพากัน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน ในการจำหน่ายผลผลิตจากฟาร์มตลอดปี โดยมีรายได้ประจำจากการจำหน่ายไข่ไก่ทุกวัน และทุก 3 เดือนก็สามารถจับปลานิลจำหน่ายได้เงินก้อนอีกด้วย
          ปัจจุบันนายสัทธา พ้นภัยพาล มีบ้านไม้สักราคากว่า 20 ล้าน มีรถ 6 คัน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการทำการเกษตรที่ปรับประยุกต์ผสมผสาน  ทำงานด้วยความขยันอดทนและตั้งใจจริงค้นคว้าหาความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง   และยึดหลักการทำงานว่าหากตั้งใจต้องลงมือทำจริงๆ จึงจะเกิดผล
          สนใจศึกษาเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลานิลติดต่อได้ที่ นายสัทธา  พ้นภัยพาล บ้านสัทธาไท เลขที่ 57 ม. 9 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรีเบอร์โทรศัพท์ 08-1523-1119
          "การพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อ ไม่ว่าลูกค้ารายเล็กหรือรายใหญ่ เราจะพิจารณาตามศักยภาพของลูกค้า  สำหรับลูกค้าชั้นดีหากต้องการขยายวงเงินเพิ่มธ.ก.ส.  พร้อมให้การสนับสนุน และในปัจจุบันธนาคารยังมีสินเชื่อให้กับนอกภาคการเกษตรอีกด้วย"
          วิสัยทัศน์ ธ.ก.ส. เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่มั่นคง มีการจัดการที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย      

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์, 3 พ.ค. 2555

ราคาพืชผล - เตือนภัย - ดินและน้ำ - ผลิตภัณฑ์ - ท่องเที่ยว - ภูมิปัญญา - งานวิจัย - กฎหมาย - เกษตรคุ้มทุน - เว็บบอร์ด - เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง