ค้นหาภายในเว็บไซต์
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557
หน้าแรก
ราคาพืชผล
เตือนภัย
ดินและน้ำ
ผลิตภัณฑ์
ท่องเที่ยว
ภูมิปัญญา
องค์ความรู้
กฎหมาย
เกษตรคุ้มทุน
เว็บบอร์ด
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ราคาพืชผล น้ำท่วม/น้ำหลาก ภาวะโลกร้อน ผลผลิตทางการเกษตร โฮมสเตย์ มาตรฐานไทย ฝนแล้ง ภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ เกษตรกรคนเก่ง ปราชญ์ชาวบ้าน เทคนิคการลดต้นทุน โครงการวิจัย วิจัยประยุกต์ BAAC RESEARCH NEWS นิตยสารวิชาการณ์ปริทัศน์ กฎหมายชาวบ้าน
หมวดหมู่
 
'เตาอั้งโล่' ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา

                         เตาอั้งโล่ หรือเตาถ่าน หลายคนคงนึกภาพออกเพราะเป็นอุปกรณ์สำหรับหุงต้มอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี จะก้าวไกลไปขนาดไหน ทุกวันนี้ เตาถ่านก็ยังมีให้เห็นในการใช้สำหรับ หุง ต้ม ปิ้ง ย่างอาหารอยู่ทั่วไป

                         นรินทร์ พุ่มเลิศ อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานเตาอั้งโล่ ในหมู่ 13 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี บอกว่า โรงงานเตาอั้งโล่ของ จ.ราชบุรี ไม่มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรมหรือสมาคม แต่ต่างคนต่างผลิตกันเองหาตลาดกันเอง และทุกวันนี้ตลาดเริ่มแคบลง ยอดผลิตลดลง คนใช้น้อยลง แต่ราคาเตากลับเพิ่มสูงขึ้น เพราะวัตถุดิบที่ใช้นั้นมีราคาสูงขึ้น ค่าแรงก็แพงขึ้น 

                         "เดิมนั้นเป็นลูกจ้างทำในโรงเตา ต่อมาเริ่มมีความชำนาญ ก็แยกตัวออกมาเป็นเถ้าแก่ผลิตเตาอั้งโล่ ขายเองจนถึงทุกวันนี้ก็กว่า 30 ปีแล้ว ในอดีตนั้นผลิตเตาแทบไม่ทันขาย ลูกค้าต้องจองคิวสั่ง เพราะเตาอั้งโล่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาถูก และถ่านซึ่งเป็นเชื้อเพลิงก็หาง่าย การประกอบอาหารกับเตาถ่านนั้นรสชาติของอาหารจะหอมกว่าทำจากเตาแก๊ส"

                         นรินทร์บอกว่า การตลาดนั้น ขณะนี้จะมีรถมารับซื้อไปเร่ขาย หรือลูกค้าบางคนก็มาสั่งซื้อที่โรงงานเอง โดยเฉพาะหน้าฝนและหน้าหนาวนั้นเตาอั้งโล่จะขายดีมาก เพราะคนนิยมซื้อไปใช้และนำไปก่อไฟผิงในช่วงที่อากาศเย็นๆ  

                         นรินทร์อธิบายขั้นตอนการผลิตทำมาจากดินดำที่แช่น้ำไว้ 1 คืน ก่อนจะนำมาผสมกับขี้เถ้า และแกลบ หลังจากนั้นก็จะนำมาปั้นเป็นรูปเตา และไปตากแดดนานถึง 3 วัน จึงจะนำมาเข้าเตาเผาแล้วก็นำมาอัดใส่เปลือกสังกะสี ก่อนจะนำมาตกแต่ง ทาสีดำที่เปลือก แล้วจึงนำออกไปขายได้ เมื่อฝนตกก็ไม่มีแดดที่จะตากเตา ทำให้ไม่มีเตาจะไปขาย ที่ผ่านมาเคยผลิตเดือนละ 200-300 ใบ จากเดิมเคยขายเตาถ่านใบกลางใบละ 15-18 บาท ก็เพิ่มขึ้นเป็น 20-60 บาท แล้วแต่ขนาด

                         "ช่วง 2-3 ปีนี้ สภาพเศรษฐกิจซบเซา คนหันมาใช้เตาแก๊สและเตาไฟฟ้ากันมากขึ้น ทำให้ยอดผลิตเตาถ่านลดลง จากเดิมถึง 30% อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการทำเตาก็เริ่มหายาก ตั้งแต่ดินดำที่ใช้ปั้นเตาในพื้นที่ อ.เมือง เองนั้นก็ไม่มีแล้วเพราะมีการขายพื้นที่เพื่อไปทำบ้านจัดสรร และทำสวนกันหมด ทำให้ต้องไปหาซื้อดินในพื้นที่ อ.โพธาราม ซึ่งไกลออกไปอีก"

                         นางเหลือ สีสุก อายุ 67 ปี ชาวบ้านใน ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี กล่าวเสริมว่า ตั้งแต่เล็กจนอายุปูนนี้ก็ใช้เตาถ่านมาตลอด และเผาถ่านใช้เองด้วย เพราะเตาถ่านนั้นประหยัด การทำอาหารจากเตาถ่านจะทำให้รสชาติอาหารเวลาปิ้งหรือย่างจะหอมควันไฟ ทำให้อาหารที่ทำออกมานั้นอร่อย ลูกหลานก็ซื้อเตาแก๊สมาไว้ให้ใช้ในช่วงที่แค่อุ่นกับข้าวเล็กน้อย แต่ไม่ชอบใช้เพราะเตาแก๊สนั้นสิ้นเปลือง ค่าแก๊สก็แพงขึ้นทุกวัน และมองว่าอันตรายถ้าลืมปิดอาจจะเกิดระเบิดขึ้นมาได้ จึงขอใช้เตาถ่านดีกว่า และเป็นสิ่งที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงไม่อยากให้มันสูญหายไปจากครัวเรือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

ราคาพืชผล - เตือนภัย - ดินและน้ำ - ผลิตภัณฑ์ - ท่องเที่ยว - ภูมิปัญญา - งานวิจัย - กฎหมาย - เกษตรคุ้มทุน - เว็บบอร์ด - เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง