ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว ภูมิปัญญา
  องค์ความรู้  
กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
องค์ความรู้
ประเภทองค์ความรู้
  ทุกองค์ความรู้
  โครงการวิจัย
  งานวิจัย
  Clip Vidio
  สารข่าวศูนย์วิจัย ธ.ก.ส.(BAAC RESEARCH NEWS)
  วารสารวิชาการปริทัศน์

  องค์ความรู้ งานวิจัย มะพร้าวกะทิ 2 พันธุ์ใหม....ทั้งเตี้ยทั้งหอม
มะพร้าวกะทิ 2 พันธุ์ใหม....ทั้งเตี้ยทั้งหอม   [วันที่ 3 ส.ค. 2553 ]

คอลัมน์: สัตว์สวยป่างาม: มะพร้าวกะทิ2พันธุ์ใหม....ทั้งเตี้ยทั้งหอม
Source - เดลินิวส์ (Th)

Tuesday, August 03, 2010  06:20
38241 XTHAI  MIDD DAS V%PAPERL P%DND

          นับเป็นข่าวดีที่ กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิลูกผสมพันธุ์ใหม่ 2 พันธุ์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร พิจารณาประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อการค้า

          นายสมชาย วัฒนโยธินนักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ทีมนักวิจัยเริ่มปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2538 โดยได้รับความร่วมมือจากสวนมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ของบริษัท อูติเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันจำกัด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งสนับสนุนพ่อพันธุ์มะพร้าวกะทิสายพันธุ์แท้ 1 พันธุ์ จำนวน 44 ต้น นำมาผสมกับแม่พันธุ์มะพร้าว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์น้ำหอม สายพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ยสายพันธุ์มลายูสีแดงต้นเตี้ย สายพันธุ์ทุ่งเคล็ด และสายพันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูงพันธุ์ละ 100 ต้น

          เบื้องต้นได้สายพันธุ์มะพร้าวลูกผสม กะทิ ชื่อย่อ NHK, YDK,  RDK,TKK และ  WAK ซึ่งทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองปลูกพร้อมคัดเลือกสายพันธุ์เรื่อยมากระทั่งปี 2549 พบว่า มะพร้าวลูกผสมกะทิ 2 พันธุ์มีความโดดเด่นและมีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ คือ  YDK และ  NHK ซึ่งเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อเพิ่มรายได้

          สำหรับสายพันธุ์  YDK เป็นมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิระหว่างมลายูสีเหลืองต้นเตี้ย (พันธุ์แม่) กับมะพร้าวกะทิสายพันธุ์แท้ (พันธุ์พ่อ) มีลักษณะเด่น คือ ออกจั่นและติดผลเร็วขณะที่ต้นเตี้ย (สูงจากพื้นที่ดินประมาณ 50-60 เซนติเมตร) หลังปลูกประมาณ 4 ปี ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย1,902 ผล/ไร่/ 3 ปีแรก (ช่วงอายุ 4-7 ปี)คิดเป็นรายได้ 28,008 บาท/ไร่ ถ้าแหล่งปลูกปลอดจากมะพร้าวธรรมดา จะมีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น34,002 บาท/ไร่ ขึ้นอยู่กับระบบการจัดการสวน

          ส่วนสายพันธุ์  NHK เป็นมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกะทิระหว่างพันธุ์น้ำหอม(พันธุ์แม่) กับกะทิสายพันธุ์แท้ (พันธุ์พ่อ) มีลักษณะเด่น คือ ออกจั่นเร็ว ให้ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นหอมทั้งน้ำและเนื้อ จำนวน 55% ของจำนวนต้นที่ปลูก โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,064 ผล/ไร่/3 ปีแรก (อายุ 4-7 ปี) ซึ่งต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิจำนวนดังกล่าว สามารถใช้พัฒนาพันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอมต้นเตี้ยได้โดยใช้เทคนิคการผสมพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ และใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงคัพภะ(Embryo culture) เข้ามาช่วยในการเพาะเลี้ยงผลมะพร้าวกะทิน้ำหอม ก็จะได้ต้นพันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอม 100%

          กรมวิชาการเกษตรจะประกาศให้มะพร้าวลูกผสมกะทิพันธุ์ใหม่ทั้ง 2 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรภายในปี 2553 นี้ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกเพื่อการค้าเพื่อเพิ่มรายได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งผลิตต้นพันธุ์มะพร้าวกะทิลูกผสมพันธุ์ใหม่ทั้ง 2 พันธุ์ โดยใช้พื้นที่กว่า 80 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรที่มียอดสั่งจองต้นพันธุ์เข้ามาแล้วกว่า 20,000 ต้น ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายผลการวิจัยพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ต่อ เพื่อให้ได้พันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอมต้นเตี้ยซึ่งเป็นพันธุ์แท้ต่อไป

          หากสนใจเกี่ยวกับมะพร้าวกะทิลูกผสมพันธุ์ใหม่ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-0583 ต่อ 135หรือสวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลีศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7738-1963.

          บรรยายใต้ภาพ
          พันธุ์น้ำหอม x กะทิ
          พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x กะทิ
          4 ปี ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
          สูงจากพื้นที่ดินประมาณ50-60 เซนติเมตร--จบ--

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 ส.ค. 2553 (กรอบบ่าย)--


  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 4770802 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551