ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว ภูมิปัญญา องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
  บทวิเคราะห์ คนไทยต้องใส่ใจสุขภาพเบาหวาน โรคที่ไม่มีใครอยากเป็น
คนไทยต้องใส่ใจสุขภาพเบาหวาน โรคที่ไม่มีใครอยากเป็น   [วันที่ 27 มิ.ย. 2554 ]
          แฟนประจำของผมโทรมาแต่เช้า ทันทีที่อ่านคอลัมน์นี้...ความดีใจยังไม่เท่ากับความพึงพอใจที่เห็นคนไทยใส่ใจด้านสุขภาพ และเดินไปถูกทิศทาง ยอมรับด้านธรรมชาติบำบัด ซึ่งวันนี้มีเหตุผลและข้อมูลเชื่อถือได้ทํงวิทยาศาสตร์รองรับ

          การใช้อาหารสู้โรค ไม่ใช่เป็นความอุตริของหมอใบไม้เพ้อเจ้อคนเดียว กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณะสุข มีงานวิจัยด้านอาหารมากมาย และยอมรับกันว่าอาหารนั้นเป็นยาได้หากรู้และเข้าใจ เพราะวันนี้ลำพังยาจากสารเคมีเพียงตัวเดียว มันสู้โรคไม่ได้แล้ว เพราะโรคมันสู้ยา หมอจึงใช้วิธีเพิ่มปริมาณยา แล้วเปลี่ยนยา สุดท้ายหมดทางไป ทำได้แค่ประคองชีวิตเท่านั้น ซึ่งยังถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่ อย่างน้อยผู้ป่วยก็ดูโลกได้ยืนยาวขึ้น

          กรณีของเบาหวาน ที่พูดค้างไว้ฉบับที่แล้ว...เมื่อเราเข้าใจ รู้ว่าวันนี้ในโลกของเราไม่มียารักษาเบาหวาน มีเพียงยาคุมระดับน้ำตาล ...ผู้ป่วยจำเป็นต้องหาทางอื่นสู้ เพราะแพทย์แผนปัจจุบัน เขามีขีดจำกัดด้านความรู้ ไม่ใช่แพทย์รู้น้อย แต่แพทย์แผนปัจจุบัน รู้เรื่องโรคตามแบบแผนตะวันตก แบบนั้นต้องใช้ยาจากสารเคมีเพียงอย่างเดียว มียาให้ใช่เพียงไหนก็ใช้ไปเท่าที่มี

          เมื่อหมอใบไม้นำวิธี"ปราณบำบัด"มาใช้ คำถามจากผู้ป่วยก็ไหลมาทุกทิศด้วยความสงสัย เพราะยังไม่เข้าใจเรื่องของปราณบำบัด วันนี้กลุ่มปราณบำบัดของหมอใบไม้เติบโตไม่หยุด เพราะวิธีดังกล่าวสามารถหยุดโรคได้จริงด้วยการบำบัด ไม่ใช่รักษาไม่ต้องเป็นแพทย์ก็ดูแลตัวเองได้

          การนำอาหารมาเป็นยา คือวิธีการหนึ่งของปราณบำบัด...สัปดาห์ที่แล้วผมพูดเรื่อง"การใช้ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ"ในกรณีบำบัดผู้ป่วยเบาหวาน ฉบับนี้จะว่าต่อ ด้านรายละเอียด ในสรรพคุณสารอาหาร ว่าข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือนั้นดีอย่างไร

          ผู้ป่วยเบาหวานมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหยุดรับประทานข้าวขาว และต้องหันมาบริโภคข้าวกล้อง นอกจากข้าวดังกล่าวมีกากไยแล้ว สารอาหารที่เป็นประโยชน์ในข้าวกล้องนั้นคณานับ จนไม่อาจหาได้จากอาหารชนิดไหนๆในโลก

          สารกาบา...เป็นสารอาหารที่มีในข้าวซ้อมมือมากกว่าธัญพืชประเภทอื่น...แล้วสารกาบามีความสำคัญอย่างไรกับผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งที่สารกาบาโดยทางการแพทย์แล้ว ถือว่าเป็นตัวป้องกันโรคอัลไซมเมอร์ หรือโรคความจำเสื่อม หากมองงานวิจัยเพียงด้านเดียวก็จะเป็นอย่างนั้น แต่ด้วยคุณสมบัติของอาหาร มีความแตกต่างจากยาสารเคมี...อาหารชนิดเดียวนี่แหละ มีคุณสมบัติหลากหลาย ใช้ได้สารพัดประโยชน์

          การที่สารกาบาช่วยป้องกันโรคอัลไซมเมอร์ ผลดีคือ ระบบสมองเหมือนได้รับการคุ้มครอง มีการทำนุบำรุงให้เซลล์สมองมีความสมบูรณ์ตลอดเวลา "เมื่อเซลล์สมองดี นอกจากความจำดี...ระบบสั่งการยังดีอีกด้วย"

          ระบบสั่งการมีความหมายมาก...ความเจ็บป่วยที่รักษากันไม่หาย ส่วนหนึ่งมีผลมาจากระบบสั่งการบกพร่อง เพราะร่างกายมนุษย์ทั้งหมด หากระบบสั่งการบกพร่อง ความบพพร่องในที่นี้หมายถึงมันทำงานไม่สะดวก เมื่อเป็นเช่นนั้นตับ ไต ใส้ พุง ...ฯลฯ จึงไม่มีอะไรไปกระตุ้นให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการท้องผูก เราก็ไปแก้กันที่ปลายเหตุด้วยการกินยาระบาย เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดจากระบบสั่งการ

          เมื่อแก้ปัญหาปลายเหตุด้วยการกินยาระบาย ปัญหาอาการท้องผูกแก้เท่าไรจึงไม่จบ ผู้ป่วยก็ต้องกินยาระบายแทบทุกวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย
          การรับประทานข้างกล้องหรือข้าวซ้อมมือจึงทำให้ผู้ป่วยได้รับกากไยเป็นลำดับแรก กากไยนั้นช่วยในการขับถ่าย ช่วยดึงทั้งไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากกระแสเลือด ยิ่งเป็นกากไยจากข้าวด้วยแล้ว ยิ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก เมื่อได้ทำงานร่วมกับกากไยจากผัก และเมื่อได้ระบบสั่งการที่ดี แน่นอนว่าผู้ป่วยเบาหวาน ย่อมไม่มีปัญหาตรงนี้

          งานวิจัยทางโภชนาการพูดถึงเรื่องดีของสารกาบาเพียงด้านเดียว แต่หมอใบไม้ต่อยอดให้ เพื่อความเข้าใจในเชิงลึกอีกขั้น

          ธาตุเหล็ก...เป็นสารอาหารอีกชนิดที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องให้ความสำคัญ เหล็ก...เป็นโมเลกุลของเลือดมนุษย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักทั้งหมด ร่างกายมนุษย์มีของเหลวเป็นโครงสร้างหลัก โดยมีเลือดอยู่ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นหากเลือดไม่ดี กรณีผู้ป่วยเบาหวาน ชัดเจนว่าเลือดมีปัญหา เพราะเลือดมีการปนเปื้อน ในกระแสเลือดมีน้ำตาลส่วนเกิน

          น้ำตาลส่วนเกินที่ว่าคือส่วนที่ร่างกายไม่ได้ใช้ มันจึงเข้าสู่กระแสเลือด และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดการ

          ผู้ป่วยเบาหวานจะเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านเม็ดเลือด หรือความสมดุลของเลือดเสียไปนั่นเอง การที่ร่างกายได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะธาตุเหล็กที่มาจากอาหารธรรมชาติ ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีกว่า การไปกินสารอาหารจากสารเคมีและอาหารเสริมที่คุยโม้โอ้อวดกันจนเกินเลยความเป็นจริง...ธาตุเหล็กจากข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ จะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบได้ดีที่สุด นอกจากนี้ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือยังมี"จมูกข้าว"...ในจมูกข้าวนั้นมีสารแกมมาโอริไซนัล สารตัวนี้ช่วยลดไขมันตัวไม่ดี (LDL) แต่ไปช่วยเพิ่มไขมันตัวดีคือ(HDL) การได้ไขมันตัวดีเพิ่มขึ้นจะทำให้ไตกลีเซอร์ไลด์ลดลง ตับก็จะปลอดภัยมากขึ้น เส้นเลือดจะมีความยืดหยุ่นด้วย

          แต่มีข้อควรระวัง...ต้องไม่บริโภค"ข้าวที่มีสารเคมีปนเปื้อน" เช่นนั้นแล้วเสมือนท่านได้รับธาตุเหล็กที่มีการปนเปื้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

          หากระบบเลือดมีปัญหา นอกจากมีน้ำตาลปนเปื้อน อีกปัญหาคือ"เซลล์จะไม่สามารถได้รับอ๊อกซิเจนเพียงพอ เพราะเลือดดีหมายถึงธาตุเหล็กดูดซึมได้ดี ธาตุเหล็กจะทำหน้าที่พาอ๊อกซิเจนเข้าระบบเซลล์ ให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากระบบเซลล์ดี แม้มีความเจ็บป่วย การควบคุมโรคจะทำได้ง่าย

          แคดเมี่ยม...เป็นสารอาหารสำคัญมากที่คนทั่วไปมักมองข้าม แคดเมี่ยมเป็นตัวในระบบเผาผลาญเพื่อให้สารอาหารเข้าสู่ร่างกายถึงระดับเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกใช้งานเต็มที่ไม่ใช่ร่างกายกินครึ่งทิ้งครึ่งอย่างที่เป็นกัน  ใครที่รับประทานข้าวซ้อมมือ หรือธัญญาพืชไม่ผ่านขบวนการขัดสี ย่อมได้รับแคดเมี่ยมแน่นอน

          เห็นหรือยังว่าคุณสมบัติของข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือเยี่ยมยอดดังของวิเศษจริงๆ แต่เพราะเราไปเชื่อยาสารเคมี ไม่มองของดีที่มีในบ้านเรา โดยไม่รู้ว่าในโลกนี้ไม่มียารักษาเบาหวาน มีแต่ยาคุมระดับน้ำตาล แต่เราไปเข้าใจผิดกันว่ายาจะสู้เบาหวานได้ รักษาไปรักษามา ท้ายที่สุดอาการเบาหวานแย่ลงไปเรื่อย ๆยิ่งรักษา ยาก็เพิ่มมากขึ้น น้ำตาลยิ่งคุมยากขึ้น แต่ผู้ป่วยก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เมื่อถามหมอว่าทำไมถึงมืนงง ทำไมถึงชามือชาเท้า หมอบางคนก็ตอบคนไข้ให้ความกระจ่าง แต่ส่วนใหญ่หมอรำคราญคนไข้ คนไข้จึงงงกับโรคที่ตัวเองต้องเผชิญหน้า และไม่มีความหวัง

          การปลูกข้าวเพื่อให้ได้คุณสมบัติดังกล่าว เหมือนเส้นผมบังภูเขา หมอใบไม้ใช้เวลานานนับสิบปีเพื่อทำความกระจ่างในเรื่องนี้  หากข้าวมีการปนเปื้อนสารเคมีเมื่อใด สารอาหารในข้าวย่อมไม่สมบูรณ์ ในเครือข่ายของหมอใบไม้ที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวอินทรีย์จึงพิถีพิถันในเรื่องนี้มาก ทั้งความสะอาด และธาตุอาหารว่าต้องมีอย่างเหมาะสม

          สำหรับผู้บริโภค ท่านต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สินค้าเกษตรนั้นมีมาตรฐานหลากหลาย ข้อมูลที่พิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ เช่น ผักอนามัย หรือคำว่าไร้สาร ยังไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ใช้สารเคมีในช่วงการปลูก เพียงแต่มีการควบคุม แต่เรายังไม่เข้าใจแล้วตีความไปเองว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ โกหกตัวเองโดยไม่รู้

          กว่าหมอใบไม้จะประสบความสำเร็จในการปลูกข้าวอินทรีย์ ต้องใช้สรรพกำลังภายในมาก เพราะเกษตรกรยังไม่เข้าใจ หลายครั้งเกือบยอมแพ้ ปัญหาใหญ่จึงอยู่ที่คน วันนี้จบไปแล้ว ข้าวอินทรีย์ ข้าวซ้อมมือที่บ้านหมอใบไม้กินทุกวันจึงมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด และกำลังรอว่าเมื่อใดเกษตรกรไทยจะใส่ใจเรื่องของเกษตรอินทรีย์จริงจัง

          หมอใบไม้พร้อมสำหรับทุกคนที่สนใจ วันนี้ข้าวที่เครือข่ายของเราปลูก ยังไม่พอกับความต้องการในท้องตลาด ใครต้องการเข้าร่วมโครงการติดต่อมาได้ไม่มีค่าใช้จ่ายต้องเสีย หรือผู้ป่วยรายใดต้องการรู้ว่าข้าวซ้อมมือสู้โรคได้อย่างไร สู้โรคอะไรได้บ้าง ก็โทรมาปรึกษาหารือปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ โทร...08-5151-8844  นี่ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน และโครงการปราณบำบัดยังอยู่ โครงการสู้โรคโดยไม่ต้องใช้ยา !!

          หมอใบไม้

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง, 27 มิ.ย. 2554

  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 5755751 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551