ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว
  ภูมิปัญญา  
องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
ภูมิปัญญา
ภูมิปัญญา
  ภูมิปัญญาของไทยเรา
  เกษตรกรคนเก่ง
  ภูมิปัญญา
  ปราชญ์ชาวบ้าน
  เทคนิคการลดต้นทุน
  ธนาคารต้นไม้ (Tree Bank)
  คู่มือดำเนินการงานธนาคารต้นไม้

  ภูมิปัญญา ภูมิปัญญา จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ฟื้นหมู่บ้านอีสานโบราณมรดกวัฒนธรรมอีสาน
จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ฟื้นหมู่บ้านอีสานโบราณมรดกวัฒนธรรมอีสาน   [วันที่ 7 พ.ย. 2554 ]

          ท่ามกลางท้องทุ่งสีเขียวชอุ่ม ต้นข้าวที่กำลังออกรวงปลิวไสวลู่ไปกับสายลมในบริเวณพื้นที่เชิงเขาพญาปราบอ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็นที่ตั้งของ"จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม"
          นอกเหนือจากความงดงามแห่งธรรมชาติ ผลิตผลทางการเกษตร ที่นี่ยังรวบรวม "หมู่บ้านอีสาน"และ "สถาปัตยกรรมไทยอีสานโบราณ"ที่สะท้อนเรื่องราวแห่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวไทยอีสานดั้งเดิม
          ชุติมา ดำสุวรรณผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ จิม ทอมป์สัน และพหลไชย เปรมใจ สถาปนิกหมู่บ้านอีสานฯ ร่วมกับกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน จัดกิจกรรมเสวนา"สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน อีสานพื้นถิ่น" เชิญวิทยากรเชี่ยวชาญวัฒนธรรมอีสาน ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองภูมิปัญญาพื้นถิ่นอีสานผ่านงานสถาปัตยกรรมรูปแบบต่างๆ
          รศ.กาญจนา ตันสุวรรณรัตน์คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อธิบายถึงลักษณะของ"เฮือนโคราช"ว่าเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง หลังคาจั่วทรงสูง เสาและคานจะเป็นเสากลม
          การก่อสร้างเน้นความเรียบง่าย องค์ประกอบของเรือนจะเป็นชิ้นส่วนแบบถอดประกอบได้ ผ่านการเจาะ บาก ผ่า ควั่นตัดแต่งให้สวยงาม แล้วยกขึ้นประกอบเป็นตัวเรือนโดยใช้ลิ่ม สลัก เดือย
          องค์ประกอบของเรือนส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกันเว้นแต่ฝาและหน้าจั่วที่จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไปตามความประณีตของฝีมือช่าง ประณีตของฝีมือช่าง
          สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเฮือนโคราช คือ"ฝาปรือกรุเซงดำ"ซึ่งแสดงถึงความชาญฉลาดในการนำ"ต้นปรือ"ที่อยู่ในบึงน้ำที่สะอาด มาประกอบเป็นฝาเรือนที่มีความทนทานนานนับร้อยปี
          นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมเฮือนโคราชยังสามารถบอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นอยู่ของชุมชน รวมไปถึงอาชีพเจ้าของเฮือนเพียงสังเกตที่ใต้ถุนเฮือนที่ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งโถงอเนกประสงค์จะมีข้าวของวางอยู่แตกต่างกัน อาทิ กี่ทอผ้า กี่ทอเสื่อ อุปกรณ์ปั้นหม้อ มีด   จักตอก จอบเสียม ฯลฯ
          สำหรับ "เฮือนอีสาน"ผศ.ทรงยศ วีระทวีมาศ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น บอกว่า เฮือนอีสานเป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะกลุ่มไท-ลาว ประกอบด้วย ผู้ไทหรือ ภูไทโย้ย ย้อ แสก กะเลิง โส้ ฯลฯ ที่ได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนในพื้นที่ภาคอีสานของไทย
          ลักษณะของเรือนจะมีทั้งในรูปแบบของเรือนแฝดหรือเรือนจั่วคู่ ประกอบด้วย ส่วนของเรือนใหญ่และเรือนโข่ง ที่เน้นความสำคัญของการใช้พื้นที่โล่งใต้หลังคาบริเวณที่เชื่อมต่อกัน ถือเป็นเรือนที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด
          เรือนจั่วเดียวหรือเรือนเกย เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดในภาคอีสาน เป็นเรือน 3 เสามีจั่วเดียวคลุมส่วนเรือนใหญ่ ด้านหน้าเรือนต่อระเบียงออกมา โดยระเบียงจะวางขนานตลอดแนวยาวของเรือนใหญ่ ส่วนใหญ่จะเปิดโล่งและมีหลังคาต่อลาดจากจั่วเรือน
          ใหญ่มาคลุมส่วนระเบียง ถัดจากระเบียงออกมาจะเป็นชานแดดไปสุดต่อกับชานน้ำที่เป็นชานเชื่อมต่อกับครัวไฟ ประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า"ศาสนาคาร" คืออาคารที่ใช้ในการศาสนา เช่น "สิม"หรือโบสถ์ และ "หอแจก"หรือศาลาการเปรียญ
          การออกแบบศาสนาคารเน้นความเรียบง่าย พอเหมาะ พอดี ดูพองาม เน้นความหลากหลายด้านรูปแบบของความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นอิสระ แต่ยังคงความสนุกสนานที่ถ่ายทอดผ่านรูปปั้นและภาพวาด
          ทางด้าน ผศ.ดร.สมชาย นิลอาธิประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เล่าถึง"คติความเชื่อในสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน"ว่า จะมีการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ ที่แตกต่างกันความสัมพันธ์ทางด้านความเชื่อ
          โดยเฉพาะความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ที่มีต่อการสร้างเรือนหรือปลูกเรือน ซึ่งจะมีข้อห้ามต่างๆ ตั้งแต่การเลือกไม้มาปลูกเรือนไปจนถึงโครงสร้างหลักของเรือน ความเชื่อในการหาฤกษ์ยามปลูกเรือน ซึ่งต้องกำหนด "เดือนและวัน"ที่เหมาะสม
          หรือแม้กระทั่งการหาพื้นที่ปลูกเรือน ที่จะต้องหลีกเลี่ยงการปลูกเรือนคร่อมโพนคร่อมน้ำ คร่อมดูก หรือคร่อมทางผีเทียวซึ่งชาวอีสานเชื่อว่าจะนำสิ่งอัปมงคลมาให้กับผู้อยู่อาศัยในเฮือนนั้นๆ
          รวมถึงความเชื่อในการอยู่อาศัยในเรือนเช่น ความเชื่อเรื่องผีหรือความเชื่อเกี่ยวกับห้องเปิง (ห้องพระ) ที่จะห้ามลูกเขยหรือลูกสะใภ้ขึ้นไปโดยเด็ดขาด หรือแม้แต่ข้อห้ามตีลูกหลานหน้าห้องเปิง ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีไว้เพื่อควบคุมพฤติกรรมของคนที่อยู่ร่วมกันให้รู้จักในสิ่งที่ควรไม่ควร ซึ่งจะมีผลต่อการทำมาหากินของครอบครัวและแสดงออกถึงความยำเกรงต่อกัน เป็นต้น
          สำหรับที่มาของ หมู่บ้านอีสานจิม  ทอมป์สัน ฟาร์ม  พหลไชย  เปรมใจสถาปนิกฯ เล่าว่า หมู่บ้านอีสานเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 ในพื้นที่ที่เรียกว่า ISAN SPIRIT ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่ 7 ส่วนของจิมทอมป์สัน ฟาร์ม โดยจุดมุ่งหมายสำคัญในการก่อสร้างพื้นที่นี้ คือ    ความต้องการที่จะรวบรวมสถาปัตยกรรมอีสานที่หาดูได้ยาก เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้เกิดสำนึกในคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมอันเก่าแก่และงดงาม
          ปัจจุบัน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มีเฮือนอีสานและเฮือนโคราชรวม 14 หลังศาสนาคารจำนวน 2 หลัง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ บนพื้นที่กว่า 50 ไร่
          เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ตามรอยรากเหง้าทางความคิดในการผสานความลงตัวระหว่างธรรมชาติและภูมิสถาปัตย์ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย

          ที่มา: นสพ.มติชน, 7 พ.ย. 2554

  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 5762668 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551