ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว
  ภูมิปัญญา  
องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
ภูมิปัญญา
ภูมิปัญญา
  ภูมิปัญญาของไทยเรา
  เกษตรกรคนเก่ง
  ภูมิปัญญา
  ปราชญ์ชาวบ้าน
  เทคนิคการลดต้นทุน
  ธนาคารต้นไม้ (Tree Bank)
  คู่มือดำเนินการงานธนาคารต้นไม้

  ภูมิปัญญา ภูมิปัญญา เลี้ยงกบวิธีเกษตรธรรมชาติ
เลี้ยงกบวิธีเกษตรธรรมชาติ   [วันที่ 29 ก.พ. 2555 ]

          เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ ด้านการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โครงการเพาะเลี้ยงกบโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงเป็นโครงการหนึ่งที่ดำเนินการเพื่อสนองพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาการเสื่อมถอยของทรัพยากรธรรมชาติ การลดน้อยของประชากรกบที่พบในธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพเพาะเลี้ยงกบ ตามแนวพระราชดำริของหลักเศรษฐกิจพอเพียง
          การเลี้ยงกบโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ คือการเลี้ยงในรูปแบบใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากธรรมชาติมาทำบ่อเลี้ยงเพื่อให้มีต้นทุนต่ำ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ดังนั้นรูปแบบบ่ออาจจะต้องมีการพัฒนานำสิ่งที่ดี หาง่ายในพื้นที่มาใช้ในการทำบ่อ เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาทำรูปแบบและวิธีการเพาะเลี้ยงการทำบ่อเลี้ยงเช่น บ่อดิน มีความเหมาะสมในการใช้เพาะเลี้ยงกบ เนื่องจากมีการลงทุนต่ำสามารถใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในครัวเรือน และมีสภาพคล้ายคลึงธรรมชาติ
          ขนาดบ่อทำได้ตั้งแต่ 2.5x3.0 เมตรแต่ไม่ควรใหญ่เกินกว่า 3.0x4.0 เมตร พื้นที่ควรเลือกบริเวณที่มีแดดส่องถึงโดยทำการปรับสภาพพื้นที่เป็นดินให้เรียบล้อมรอบบ่อด้วยตาข่ายไนลอนสีฟ้าสูง 1 เมตร ฝังตีนตาข่ายลึกลงไปในดินประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อกันกบมุดหนีหรือศัตรูภายนอกมุดเข้ามาทำอันตรายกบ บริเวณที่เป็นแอ่งน้ำอาจขุดเป็นบ่อน้ำเล็ก ๆ ถ้าดินสามารถเก็บน้ำได้ ในกรณีที่เป็นสภาพพื้นที่ไม่เก็บน้ำ ให้ใช้ภาชนะ เช่น กะละมังขนาดกลาง หรือถังซีเมนต์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร ด้านบนปากบ่อคลุมด้วยตาข่ายไนลอนสีฟ้าหรือสแลนให้มิดชิดเพื่อป้องกันศัตรูธรรมชาติ เช่น จิ้งเหลน นก แมว งู และ คน
          อาหารที่ใช้เลี้ยงกบลูกอ๊อด ซึ่งจะเริ่มกินอาหารครั้งแรกเมื่ออายุ 3 วัน ไรน้ำ เป็นแหล่งอาหารเสริมจากธรรมชาติที่ดีสำหรับลูกอ๊อด ในกรณีที่มีลูกอ๊อดเป็นจำนวนมาก อาจเสริมการให้อาหารด้วยการให้ผักกาดลวกน้ำร้อนกึ่งสุก เศษปลาต้มสุก รำละเอียด เศษเนื้อปลาบดผสมรำ เศษเครื่องในสัตว์ต้มสุก หรือหอยเชอร์รี่ต้มสุก บดผสมรำละเอียด ร่วมด้วย และเมื่อลูกอ๊อดโตขึ้นอาจให้อาหารสังเคราะห์สำเร็จรูปชนิดเม็ดสำหรับใช้เลี้ยงลูกกบโรยให้กินร่วมด้วย การให้อาหารควรให้ทีละน้อยและวางไว้ตลอดเวลาเพราะลูกอ๊อดจะกินอาหารตลอดวัน
          การเลี้ยงลูกกบ ต้องฝึกให้ลูกกบให้กินอาหารสังเคราะห์ในช่วงแรกก่อน เนื่องจากถ้าให้ลูกกบกินอาหารธรรมชาติตั้งแต่เริ่มต้น อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในกรณีที่มีอาหารธรรมชาติไม่พอเพียง ดังนั้นจึงควรฝึกให้กินอาหารสังเคราะห์ให้เป็นก่อน จากนั้นให้อาหารเสริมจากธรรมชาติ เช่น ปลวก ไส้เดือน จิ้งหรีดหรือหนอนนก วิธีฝึกให้ลูกกบกินอาหารทำได้หลายวิธี เช่น ใส่อาหารในภาชนะหรือบนจานแล้ววางปริ่มน้ำ หรือโรยอาหารเม็ดลงในน้ำ ถ้าโรยอาหารลงในน้ำต้องโรยในบริเวณที่ลูกกบสามารถนั่งได้และหัวไม่จมน้ำ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้งในกบนาและกบบูลฟร็อก
          เมื่อลูกกบอายุประมาณ 2 เดือน สามารถให้อาหารสังเคราะห์ที่มีขนาดเม็ดใหญ่ขึ้นร่วมกับอาหารธรรมชาติที่เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงได้เองโดยวิธีง่าย ๆ นอกจากนี้การใช้ชนิดของอาหารอาจขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และวิธีการเลี้ยงของเกษตรกร ถ้าผู้เลี้ยงกบนาอยู่ใกล้บริเวณที่สามารถหาปลาสดได้อาจใช้ปลาสดบดหรือสับเป็นชิ้นวางในภาชนะปริ่มน้ำหรือเหนือน้ำหรือใช้ปลาสดบดผสมรำในอัตรา 3:1 หรือให้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดที่ใช้เลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาดุก
          การเจริญเติบโตของกบจากลูกอ๊อดไปเป็นลูกกบโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 28-45 วัน ตามปกติการเจริญจากลูกกบไปเป็นกบเนื้อใช้เวลา 3-5 เดือน กบเนื้อที่มีอายุประมาณ 4-5 เดือน มีความยาวของลำตัวประมาณ 4 นิ้ว มีน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 200-300 กรัม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเพศของกบ กบที่พบว่ามีขนาดใหญ่ในระยะนี้มักจะเป็นเพศเมีย ส่วนที่มีขนาดเล็กจะเป็นเพศผู้ การเจริญเติบโตของพ่อแม่พันธุ์ใช้เวลา 10-12 เดือน
          สามารถขายกบได้เมื่อมีอายุ 4 เดือน จำนวนกบ 768 ตัวน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 180 กรัม น้ำหนักรวม 138.24 กิโลกรัม ราคาขาย/กิโลกรัม 70 บาทขายกบได้เงิน 9,676.80 บาท ค่าอาหารรวม 4,335.70 บาทกำไรที่ได้ 5,341.10 บาท การคำนวณ ต้นทุนการเลี้ยงกบนี้จะเป็นการเลี้ยงกบในบ่อขนาด 2x3x1 เมตร และหากต้องการจำหน่ายให้ได้มากกว่านี้ก็เพิ่มปริมาณการเลี้ยงก็จะได้ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
          ผลงานดี ๆ เช่นนี้ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ จะนำมาถ่ายทอดให้ผู้สนใจและต้องการเรียนรู้เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพ ภายในงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "84 พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา" ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่8-12 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. รับข้อมูลและการถ่ายทอดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

          ที่มา: นสพ.เดลินิวส์, 29 ก.พ. 2555

  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 5700479 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551