สัตวแพทย์จุฬาฯเผยงานวิจัยโรคกุ้งตายด่วน
วันที่ 13 พ.ย. 2555 จำนวนผู้ชม : 1,339
แบ่งปันหน้านี้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้(13พ.ย.) ที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการพบโรคชนิดใหม่ ซึ่งส่งผลให้สัตว์น้ำต่างๆไม่ว่าจะเป็นกุ้ง กั้ง ปู ปลา ซึ่งทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์ ได้ทำการศึกษาและวิจัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสัตว์ดังกล่าว

รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากบริเวณปากแม่น้ำประแสร์ จ.ระยอง และที่ต.ช้างข้าม จ.จันทบุรี พบมีกุ้งที่เพาะเลี้ยงไว้ในบ่อตายเป็นจำนวนมาก และกระจายไปทั่วพื้นที่เลี้ยงกุ้ง ภาคตะวันออกทั้งจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และฉะเชิงเทรา ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท มีพื้นที่การเลี้ยงกุ้งเหลือเพียง 30% ในขณะนี้โรคดังกล่าวระบาดสู่พื้นที่ทางภาคใต้ของไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอันดามัน ทำให้ทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำเกิดความสนใจถึงสาเหตุการตายของกุ้ง จึงนำกุ้งมาทำการตรวจสอบ โดยการศึกษาทางจุลพยาธิวิทยา พบว่าเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของกุ้งที่ป่วย เกิดการอักเสบ และตายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นที่ตับและตับอ่อนกุ้ง (มันกุ้ง) กระเพาะอาหาร ลำไส้ เหงือก หัวใจ ต่อมสร้างเม็ดเลือด กล้ามเนื้อ ผิวหนัง รังไข่ ตลอดจนปมประสาท โดยพบว่าบริเวณที่เกิดการอักเสบและตายของอวัยวะต่างๆ นั้นมีเชื้อโปรโตซัวก่อให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ โดยเชื้อโปรโตซัวนี้จะไปตามกระแสเลือดกุ้งก่อให้เกิดภาวะเลือดกุ้งติดเชื้อโปรโตซัว หรือเรียกว่า Hemocytic Parasitosis หรือเรียกว่า โรคเลือดติดพยาธิ หรือโรคกุ้งเลือดจาง หรือโรคอีเอ็มเอส

รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การติดต่อของโรคนี้สามารถติดต่อได้ทั้งทางแนวดิ่งจากแม่สู่ลูกทางรังไข่ และทางแนวราบโดยกุ้งปกติกินสปอร์ของเชื้อหรือกินพาหะต่างๆที่อยู่ในน้ำรวมทั้งเชื้อเข้าสู่ตัวกุ้งทางผิวหนังกุ้งเมื่อกุ้งลอกคราบ ส่งผลให้กุ้งขนาดเล็กป่วยและตายได้มากกว่ากุ้งขนาดใหญ่เพราะกุ้งเล็กจะลอกคราบบ่อยกว่ากุ้งใหญ่ จึงพบกุ้งตายด่วนหลังจากปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดิน อย่างไรก็ตามมีวิธีการสังเกตได้ง่าย หากสงสัยว่ากุ้งที่เลี้ยงมีการติดเชื้อโปรโตชัว คือกุ้งจะว่ายส่ายไปมา อ่อนแรง จนกระทั่งตายโดยจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนมากจะพบในกุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม อย่างไรก็ตามโรคอีเอ็มเอสพบระบาดครั้งแรกในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี พ.ศ. 2552 แล้วระบาดเข้าสู่ประเทศเวียดนาม มาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2553 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกุ้ง ในประเทศเวียดนามเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ จนในขณะนี้ที่ประเทศเวียดนามก็ยังเสียหายจากโรคนี้อยู่ ซึ่งทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดการสัมมนาให้ความรู้และสาเหตุชองปัญหา วิธีการป้องกันโรคอีเอ็มเอสให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ในหัวข้อ “กุ้งไทยไร้โรคอีเอ็มทเอส ” ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย. ณ ห้องประชุมสาธิต อาคาร 60 ปี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา : http://www.dailynews.co.th13 พฤศจิกายน 2555

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง