เกษตรลุยจัดโซนนิ่ง6พืชเศรษฐกิจ 'บุญทรง' ลั่นดีเดย์ปี'2557ลดราคาจำนำข้าวนาปรัง
วันที่ 25 มี.ค. 2556 จำนวนผู้ชม : 1,109
แบ่งปันหน้านี้

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ของโครงสร้างราคารับจำนำข้าวนาปรังปี 2557 ใหม่ ซึ่งได้หารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าน่าจะมีการปรับราคารับจำนำใหม่ เพราะจากการศึกษาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าคุณภาพข้าวนาปรังไม่ดีเท่ากับข้าวนาปี เนื่องจากเป็นข้าวอายุสั้น และกระทรวงเกษตรฯ จะกำหนดโซนนิ่งการปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ที่ชัดเจนว่าพื้นที่ใดควรปลูกพืชชนิดใด และรัฐจะให้สิทธิประโยชน์สนับสนุนหากเกษตรกรไม่ทำตามก็จะไม่ได้รับการอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ
"การปรับราคารับจำนำจะทำควบคู่กับการทำโซนนิ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาล ที่จะผลักดันเรื่องการทำโซนนิ่งให้สำเร็จ โดยจะปรับโครงสร้างการผลิตพืชเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสภาพดิน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแผนโซนนิ่งทั้งหมดจะสรุปภายในพ.ค.นี้" นายบุญทรงกล่าว
สำหรับโครงการรับจำนำข้าวนาปี ยังคงเหมือนเดิม เนื่องจากพื้นที่ปลูกที่อยู่ในภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถทำนาได้ปีละครั้ง ขณะที่โครงการรับจำนำ จะทำควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรและลดต้นทุน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำตอบตายตัวว่า จะยกเลิกโครงการรับจำนำเมื่อไหร่ เพราะรัฐบาลมองเรื่องการยกระดับรายได้ให้เกษตรกรพ้นจากความยากจนเป็นหลัก
ส่วนความคืบหน้าการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลนั้น ขณะนี้รัฐบาลจากประเทศต่างๆ มีความสนใจที่จะนำเข้าข้าวจากไทยอย่างมาก และได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เร่งระบายข้าวให้กับประเทศต่างๆ ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ให้ขาดทุนมากกว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ใช้ระบบประกันราคาและขาดทุนไปปีละ 70,000-80,000 ล้านบาท
นายบุญทรงกล่าวว่า สำหรับแผนการก่อสร้างไซโลเก็บรักษาข้าวได้นานและมีคุณภาพดีนั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารูปแบบการลงทุนว่าจะออกมาในรูปแบบใด โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาดำเนินการเพื่อความคล่องตัว มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งคูเวตได้ให้เงินมา 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) บริหารเงินให้ซึ่งไทย มีแผนจะขอใช้เงินจากกองทุนนี้ เพื่อสร้างไซโลในที่ต่างๆ ขนาดความจุโดยรวมของประเทศ ประมาณ 3-4 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งจะได้ผลสรุปของการศึกษาภายใน 1-2 เดือนนี้

ที่มา :http://www.khaosod.co.th 26 มีนาคม 2556

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง