พระพุทธรูป3ปางในองค์เดียว'วัดพืชอุดม'ฉลองพุทธชยันตี
วันที่ 12 ก.ค. 2555 จำนวนผู้ชม : 1,774
แบ่งปันหน้านี้

หากนึกถึงวัดที่มีภาพจำลองของนรกและสวรรค์ที่มีชื่อเสียงรู้จักอย่างแพร่หลายมาช้านาน ย่อมต้องหมายถึง "วัดพืชอุดม" หมู่ที่ 9 ต.พืชอุดม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

แต่เดิมชื่อว่า "วัดราษฎร์ศรัทธาราม" ต่อมาในสมัยพระอธิการช่วง ธัมมโชติ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดพืชอุดม" เนื่องมาจากบริเวณวัดและพื้นที่ใกล้เคียงอุดมไปด้วยไม้ผล ไม้ดอก และพืชพรรณธัญญาหารต่างๆ

วัดแห่งนี้เกิดขึ้นจากแรงศรัทธาของราษฎร ในท้องถิ่น มีคุณแม่แสง เอี๋ยววัฒนะ อุทิศถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดจำนวน 12 ไร่ 2 งาน 17 ตารางวา และมีเถ้าแก่เฮง เอี๋ยววัฒนะ, นางแจ๋ม เกษรบัว และนายยศ-นางเที่ยง ยอดเพ็ชร ร่วมบริจาคเงินอุปถัมภ์ก่อสร้าง

ต่อมาทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมในภายหลังทางทิศใต้อีกจำนวน 7 ไร่ 1 งาน 83 ตารางวา ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของอุโบสถจตุรมุขหลังใหม่ รวมพื้นที่ของวัด 20 ไร่ สิ่งปลูกสร้างในยุคแรกส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง ซึ่งปัจจุบันได้ผุพังทรุดโทรมจนต้องรื้อถอนออกไปหมด

สิ่งที่ถือว่ามีความโดดเด่นเป็นอมตะก็คือป้ายชื่อวัดพืชอุดม ที่หล่อด้วยปูนเชิญชวนให้มาเที่ยวชม จะมีอยู่ทุกจังหวัดตั้งแต่เหนือสุดที่เชียงราย ไปสุดแดนใต้ที่สุไหงโก-ลก ทิศตะวันออกจรดตะวันตก ว่ากันว่าทุกอำเภอและทุกจังหวัดต้องมีป้ายบอกทางไปวัดพืชอุดม

จนได้รับสมญานามว่าเป็นวัดที่มีป้ายบอกทางมากที่สุดในประเทศไทย
วัดพืชอุดมมีเจ้าอาวาสปกครองดูแลบูรณะถาวรวัตถุต่างๆ พร้อมทั้งเผยแพร่พุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นลำดับรวมทั้งสิ้น 9 รูป ปัจจุบันคือ "พระอธิการสมบูรณ์ สิริปุญโญ" หรือ "หลวงพ่อสมบูรณ์"

ทั้งนี้ พระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสองค์แรกได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธโสธรจำลองเป็นพระประธาน โดยพระครูอุดมภาวนาภิรัต (ไสว) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 7 เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ออกแบบ นรก สวรรค์ และพัฒนาวัดเรื่อยมา โดยท่านได้สร้างวิหารพระเจ้าเปิดโลก แสดงนรก-สวรรค์ 31 ภูมิ

เดิมนั้นหลวงพ่อสมบูรณ์จำพรรษาอยู่ที่วัดอุดมมงคล หมู่ 4 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งพระครูกาญจนมงคล เจ้าอาวาสวัดอุดมมงคล เป็นลูกศิษย์ของพระครูอุดมภาวนาภิรัต (ไสว) เมื่อสิ้นหลวงพ่อไสวแล้ว ศรัทธาประชาชนวัดพืชอุดม จึงนิมนต์ให้มาเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากวัด

ขาดการสานต่อ ทำให้นรก-สวรรค์ 31 ภูมิ เสื่อมโทรมไประยะหนึ่ง เมื่อมาเป็นเจ้าอาวาสแล้วท่านก็เริ่มฟื้นฟูสภาพภายในวัดทั้ง หมดด้วยจุดมุงหมายใหม่คือ เพื่อให้เป็นศูนย์รวมชาวพุทธที่มีศรัทธามาศึกษาเรียนรู้ธรรมะ พร้อมจัดฝึกปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งโครงการหนึ่งที่ไม่เหมือนวัดใดคือ โครงการวัดสเตย์ ซึ่งได้รับการตัดสินให้เป็นโอท็อปด้านท่องเที่ยวระดับประเทศ ประจำปี 2549

มูลเหตุของการตั้งชื่อ "วัดสเตย์" นั้นเพื่อให้ผู้มาปฏิบัติธรรมรู้สึกเหมือนว่ามาพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียด เหมือนกับมาปฏิบัติธรรมโดยตรง แต่มีการปฏิบัติธรรม และเรียนรู้วิถีปฏิบัติธรรมเป็นของแถม เหมือนกับคนไปพักโฮมสเตย์ในวันหยุดเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค.2555 ทางวัดจะประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธชยันตีฉลอง 2600 ปี ของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ขนาดหน้าตัก 69 นิ้ว ซึ่งมีพุทธลักษณะ 3 ปางรวมกัน ในองค์เดียวกันคือ ปางประสูติ ปางตรัสรู้ และปางปรินิพพาน โดยจุดประสงค์เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในศาลาพุทธชยันตีบริเวณด้านหน้าวัด ซึ่งเป็นศาลาทัศน์ธรรมศึกษา อาคาร 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์แสดงธรรมะ ความเป็นไปของมนุษย์ ชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธชยันตี หลวงพ่อโสธร และรูปหล่อหลวงพ่อไสว อดีตเจ้าอาวาส ส่วนชั้นบนจะสร้างเป็นเจดีย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือสนใจโครงการวัดสเตย์ของวัดพืชอุดม

ที่มา: ข่าวสด, 12 ก.ค. 2555

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง